จะเป็นอย่างไร ถ้าเราเกาะเครื่องบินไปโตเกียว
Nice to Know
profile
พี่เซียนจ๋อ
2022-03-18

 ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์รวมถึงอาหารหรือวิถีชีวิตของคนที่นั่นก็มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ทำให้ไม่แปลกเลยที่ใครหลาย ๆ คนอยากไปเที่ยวหรือลองใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นดูสักครั้งกัน แต่ว่า...ค่าตั๋วเครื่องบินแต่ละเที่ยวนั้นก็แพงไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว ทำให้บางครั้งก็รู้สึกอยากจะเกาะเครื่องบินไปแทนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ดังนั้นวันนี้พี่จ๋อจะมาเล่าให้ฟังว่า ถ้าเราเกาะเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินนาริตะที่โตเกียว ในช่วงเวลา 7 ชั่วโมงตลอดเที่ยวบินนั้น เราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

ลมที่แรงสุด ๆ ...

 ในช่วงแรกที่เครื่องบินบินขึ้นไปนั้นเครื่องบินจะยังเคลื่อนที่ไม่เร็วนัก แต่หลังจากขึ้นมาสูงถึงความสูง 36,000 ฟุต ความเร็วของเครื่องบินสูงถึงจะเป็น 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และนั่นจะทำให้เกิดแรงต้านอากาศมหาศาล ซึ่งถ้าลองคำนวณออกมาดูจะพบว่าแขนของเราจะต้องออกแรงกว่า 10,000 นิวตัน หรือพูดให้เห็นภาพก็คือน้ำหนักของคนประมาณ 15 คน เพื่อให้เราสามารถเกาะเครื่องบินต่อไปได้

แต่จากการคำนวณ แขนของคนปกตินั้นจะรับแรงได้ประมาณ 200 นิวตัน (20 กิโลกรัม) หมายความว่าถ้าเราอยากเกาะเครื่องให้ได้ เราอาจต้องมีแขนใหญ่กว่าคนปกติซัก 50 เท่า แบบนี้....

eva1

...ก็น่าจะพอไหวนะ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเดียวที่เราจะเจอครับ...

สภาพอากาศแบบสุดขั้ว...

 เมื่อเครื่องบินลอยสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ อุณหภูมิและความดันของอากาศรอบ ๆ ตัวเราก็ลดลงเรื่อย ๆ เช่นกัน เมื่อเครื่องบินขึ้นมาสูง 8,000 ฟุต ความดันอากาศรอบตัวเราลดลงจนเหลือเพียง 70% ของบรรยากาศที่ผิวโลก ปริมาณออกซิเจนลดลงจนทำให้หายใจลำบากและเริ่มเกิดอาการเวียนหัวขึ้น ถึงแบบนั้นก็ตาม เราจะยังไม่ตายจากการขาดออกซิเจนในตอนนี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องความหนาวเย็น ตอนนี้เราเริ่มมีปัญหาแล้วครับ

ที่ความสูงนี้ อุณหภูมิรอบตัวเราจะลดลงต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เราจะมีปัญหาจากการถูกความเย็นกัดซึ่งถ้าเราใส่เสื้อผ้าอยู่ หรือมีขนจำนวนมหาศาลปกคลุมร่างกาย เราจะยังไม่เป็นไรมาก... แต่เครื่องบินไม่ได้หยุดบินแค่นี้...

เกาะ1

 เครื่องบินจะบินต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงความสูงระดับ 36,000 ฟุต ซึ่งอยู่ในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ ณ ตรงนั้น ความดันบรรยากาศและอุณหภูมิที่ตรงนั้นแตกต่างจากด้านล่างจนเหมือนอยู่ดาวคนละดวงเลยทีเดียว ที่ความสูงนี้ เราจะเจอกับอุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียส ซึ่งหนาวพอ ๆ กับขั้วโลกใต้ เมื่อร่างกายของเราเจอกับความเย็นระดับนี้หากไม่มีการป้องกันที่ดีพอ เราจะสูญเสียความร้อนจากร่างกายและตายในไม่กี่วินาที

นอกจากนั้นความดันบรรยากาศที่นี่มีเพียง 20% ของพื้นผิวโลก และมีออกซิเจนในอากาศน้อยเกินกว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดดำรงอยู่ได้ โดยปกตินั้นเส้นเลือดของเราจะทำหน้าที่รับออกซิเจนจากปอดและนำไปใช้ในร่างกาย แต่ที่นี่มีออกซิเจนน้อยเกินไปทำให้เส้นเลือดของเรานั้นสูญเสียออกซิเจนไปแทน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือเราจะหมดสติ และตายในเวลา 1 นาทีเท่านั้น

ดังนั้นนอกจากต้องมีกล้ามแขนที่ใหญ่พอแล้ว เรายังต้องมีร่างกายที่ทนความเย็นได้ระดับเยือกแข็ง และมีปอดที่กลั้นหายใจได้นานตลอดเที่ยวบินกว่า 7 ชั่วโมงด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าเราอาจต้องวิวัฒนาการไปเป็นแบบรูปข้างล่างก็ได้

eva2

สรุป

 จากที่พี่จ๋อเล่าไปนั้น พวกเราน่าจะเห็นได้ว่าก่อนที่เราจะเกาะเครื่องบินขึ้นไป เราต้องผ่านอะไรหลายอย่างเลยทีเดียว ซึ่งพี่จ๋อแนะนำว่าให้เก็บเงินก็ซื้อตั๋วเถอะครับ เราไม่น่าจะวิวัฒนาการได้ไวขนาดนั้นนะ